วิถีทางจัดแจงการคลังแบบ SMART MONEY

วิถีทางจัดแจงการคลังแบบ SMART MONEY ที่คนรุ่นใหม่ต้องรู้


เวลานี้เป็นยุคที่ซื้อง่ายขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องมาจากมีบริการการจ่ายเงินออนไลน์ ไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ทำเป็นง่าย สบายเร็ว โดยเฉพาะวัยรุ่นและจากนั้นก็วัยทำงานหรือพนักงานประจำ ที่ถูกใจใช้เงินกันอย่างเกินฐานะ จนถึงทำให้เกิดการกู้ยืมอีกทั้งจากในรวมถึงนอกระบบ และก็กลายเป็นหนี้สินตอนท้ายด้วยเหตุว่ามีรายได้ไม่พอกับรายการจ่าย ทั้งจึงควรกู้ยืมเงินเพิ่มเพื่อมาใช้หนี้ด้วยเหตุว่าขาดความรู้และความเข้าใจแล้วก็ความเก่งด้านการเงิน ขาดขั้นตอนการทำบัญชีรายได้-ค่าครองชีพแล้วหลังจากนั้นก็การเก็บออม ก็เลยไม่สามารถเตรียมการหรือปรับปรุงหนี้สินที่มีได้..โดยขั้นตอนการเรียบเรียงทางการเงินพื้นฐานที่จะทำให้มีเงินออมเพิ่มมากขึ้น สามารถลดหน้าที่รับผิดชอบหนี้สินได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาวที่ทำเป็นง่ายๆดังนี้

1.เก็บก่อนใช้ เป็นขั้นตอนเริ่มง่ายของคนอยากมีเงินออม โดยการแบ่งเป็น 10% ของเงินเดือนเพื่อเป็นเงินออมทันที แล้วหลังจากนั้นก็เงินนี้เพื่อการเก็บออมอย่างเดียวเท่านั้นห้ามคัดออกมาใช้เด็ดขาด ที่เหลือแบ่งเป็นค่าใช้สอย ทุกเดือนต่างๆและใช้จ่ายทุกวี่วัน วิธีการออมเงินแบบนี้เป็นแถวทางที่จะช่วยเราสร้างระเบียบปฏิบัติสำหรับเพื่อการออมเงิน และสามารถบรรลุผลทางด้านการเงินที่ตั้งไว้ได้

2.การจัดการรายได้-รายการจ่าย ค่าใช้สอยน่าจะเหมาะสมกับรายได้ที่ได้ในแต่ละเดือน โดยควรมีการเขียนบัญชีรายได้-รายจ่ายบ่อยๆทุกเดือน รวมทั้งกำหนดแผนการรายการจ่ายของแต่ละเดือนไว้ล่วงหน้า

3.เปิดบัญชีฝากประจำระยะยาว การเปิดบัญชีเงินออมประจำ เริ่มที่ฝากประจำตามกำหนด 5 ปี แล้วฝากเงินจำนวนเท่าๆกันในบัญชีนั้น ทุกๆเดือน โดยใช้ระบบการตัดยอดเงินอัตโนมัติตามจำนวน และตอนที่เราอยากได้ แล้วนำฝากฝากบัญชีฝากประจำทุกเดือน เพราะเหตุว่าบัญชีธนาคารประจำเราจะไม่อาจจะนำเงินออกมาได้จวบจนกระทั่งกำลังจะถึงระบุขณะ การตั้งให้มีการตัดเงิน โอนเงินอัตโนมัติจะมีผลให้เราไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องไปโอนเงิน หรือฝากเงินด้วยตัวเอง ไม่ต้องทำบัตร ATM ด้วย เพียงนี้เราก็มีเงินเก็บทุกๆเดือนแน่นอนแล้ว

4.ทุ่นค่าใช้จ่าย ค่าใช้สอยเล็กๆน้อยๆที่ไม่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันที่สามารถแปลงเป็นความสามารถการเก็บออม และจากนั้นก็นำไปลงทุนเสมอๆทุกเดือนเพื่อไว้ใช้จ่ายในยามควรต้อง เทียบเคียงการซื้อกาแฟวันละ 100 บาท ใน 1 เดือน คิดเป็น 3,000 บาท ปีละ 3.6 หมื่นบาท แม้กระนั้นถ้าหากประหยัดเงินส่วนนี้มาออมเดือนละ 3,000 บาท ผลตอบแทน 8% ต่อปี คิดจากผลตอบแทนเฉลี่ยตลาดค้าหุ้น 10 ปีย้อนไป เรา จะมีเงิน 1 ล้านบาท ตอนอายุ 30 ปีพอดี

มนุษย์เรามีทางเลือกหลากหลายการเก็บออมแล้วก็การลงทุน ก่อนหน้ากำลังจะถึงจุดนั้นต้องมีเงินก่อนซึ่งจุดเริ่มแรกของการสร้างฐานะ เป็น การออมเงิน แค่เพียงเราจำเป็นที่จะต้องตั้งใจสร้างกฎระเบียบสำหรับในการออมเงินของเราให้ได้เสียก่อน ยึดมั่นว่าจะคิดบัญชีจริงจัง ตั้งเป้าหมายการออมเงินให้ตัวเอง แล้วก็ใช้จุดหมายปลายทางนี้ในการเตือนตัวเอง เราก็จะสามารถเก็บออมเงินได้อย่างแน่นอน

ดังต่อไปนี้ 4 วิถีทางดังที่กล่าวถึงแล้ว เป็นการสร้างกฎระเบียบด้านการเงินของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อในอนาคตจะได้สามารถเรียบเรียงการเงินได้ดีเยี่ยม แล้วหลังจากนั้นก็ลดปัญหาหนี้สินไปได้เป็นอย่างมากด้วย